VoyForums
[ Show ]
Support VoyForums
[ Shrink ]
VoyForums Announcement: Programming and providing support for this service has been a labor of love since 1997. We are one of the few services online who values our users' privacy, and have never sold your information. We have even fought hard to defend your privacy in legal cases; however, we've done it with almost no financial support -- paying out of pocket to continue providing the service. Due to the issues imposed on us by advertisers, we also stopped hosting most ads on the forums many years ago. We hope you appreciate our efforts.

Show your support by donating any amount. (Note: We are still technically a for-profit company, so your contribution is not tax-deductible.) PayPal Acct: Feedback:

Donate to VoyForums (PayPal):

Login ] [ Main index ] [ Post a new message ] [ Search | Check update time | Archives: 123[4] ]


[ Next Thread | Previous Thread | Next Message | Previous Message ]

Date Posted: 04:28:32 05/17/02 Fri
Author: เนชั่น สุดสัปดาห์
Subject: "หมวดป๊อป" เป็นทหาร..ดีตรงไหน?
In reply to: EJump 's message, "น.ส.ไทยตลอดกาล" on 23:55:28 04/24/02 Wed

สำหรับแฟนหนังสือของป๊อป อารียา คงจำได้ว่าหลังจากเธอมีหนังสือ "คู่คุยคู่คิด" ที่รวมบทความจากนิตยสารผู้หญิงวันนี้แล้ว ที่มียอดขายทะลุเป้า 6 หมื่นเล่มภายใน 2 เดือน ก็มีหนังสืออีกเล่มตามมาในระยะเวลาใกล้เคียงกัน คือ "หมวดป๊อป"

เรื่องราวของ "หมวดป๊อป" เป็นฉากชีวิตช่วงหนึ่งของอดีตนางสาวไทย ที่ได้มีโอกาสไปรับใช้ชาติ

""สามปีแรกคือสอนหนังสือ ปีหลังทางผู้บังคับบัญชาคิดว่ามันเหมาะอยากให้เราเป็นโฆษก แล้วมาดูเรื่องข่าว เรื่องอะไร เข้ามาช่วงระยะที่แบบมีปัญหาเรื่องพม่า แล้วข่าวซีเอ็นเอ็น บีบีซี ออกมาว่าไทยกับพม่ากำลังรบๆ กัน ก็แบบท่านก็มาขอให้หนูไปช่วยตรงนี้ แล้วก็ทำรายการให้กับ ทบ.ช่อง 5 แล้วก็ดูเรื่องข่าว เขียนข่าวเป็นภาษาอังกฤษที่จะส่งให้นักข่าวซีเอ็นเอ็น บีบีซี ให้รู้ว่าเหตุการณ์อะไรมันเกิดขึ้นน่ะค่ะ

""แล้วตอนที่เปิดชายแดนไทย-พม่าได้ ก็ไปเยี่ยมสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แล้วน้ำท่วมเมื่อไหร่ก็เดินทางไปเพื่อไปแจกของเพื่อเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวคนเสียชีวิต คือเป้าหมายของกองทัพบก ก็คือว่า จะใช้เราเมื่อเห็นว่ามันเป็นประโยชน์ เช่น ไปขอบคุณให้ตอนที่มีคนมาบริจาคของให้กับคนน้ำท่วม ประมาณนี้แหละค่ะ นั่นเป็นสิ่งที่ทำ""

เรื่องสอนหนังสือ ไม่หนักใจเท่าไหร่ เพราะในใจเธอนั้นตั้งใจอยู่แล้ว ทันทีที่ พล.อ.แป้ง มาลากุล และ "บิ๊กเหวียง" พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร ได้ทาบทามให้เข้าไปสอน งานหลักคือสอนอาทิตย์ละสามวัน

""ตอนเข้ามาก็ทำแบบเงียบ ไม่ได้คิดอะไรมาก คิดว่าอยากจะสอนหนังสือก็จบ""

ทว่า ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป เมื่ออีกสองปีต่อมา เธอถูกย้ายเป็นนายทหารประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกองทัพบก และประจำอยู่กองโฆษก ทบ. ของ "เสธ.แหลม" พ.อ.สมควร แสงภัทรเนตร

ในระยะหลังมานี้หน้าที่หลักคือ แปลข่าว โดยดูข่าวที่เกี่ยวกับเมืองไทย เช่น ไทยมีเรื่องกับพม่า ก็ให้แปลข่าวนั้นๆ ส่งซีเอ็นเอ็น บีบีซี และสำนักข่าวต่างประเทศอื่นๆ อีกส่วนก็คือ ไปช่วยแนะการศึกษาการใช้ชีวิตเมืองนอกให้กับนักศึกษาแพทย์ รพ.พระมงกุฎที่ได้ทุนไปเรียนต่อ

""ทางหัวหน้าเขาก็รู้ว่าป๊อปตั้งใจจะเข้ามาสอนหนังสือ แต่พอตอนนี้เราได้มาทำอะไรที่ไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่ อย่างแปลข่าว อ่านข่าว จริงอยู่ เราเรียนมาทางนี้ แต่ที่เราเรียนก็เรียนเพื่อจะเป็นนักเขียน ไม่ได้เรียนเพื่อจะมาเป็นนักอ่านข่าว แต่ว่าเราก็ยินดีทำ โอเค ให้เรามาช่วยตรงนี้เราก็ยินดีช่วย แม้ว่าจะชอบการสอนมากกว่า ก็อย่างที่บอกว่า อยู่ในระบบราชการ เราก็ต้องทำตาม บางงานก็ทำหน้าที่เป็นพีอาร์ให้กับกองทัพด้วย คล้ายๆ กับช่วงที่เป็นนางสาวไทย... ไม่ต่างกันเท่าไหร่ ใส่ชุด ใส่ฟอร์ม โปะแป้ง ทำผม เข้าออฟฟิศ""

เธอกล่าวครั้งหนึ่งราวกับมีความอึดอัดมากมายรอบตัว ซึ่งเธอเองก็ยอมรับว่ามีเหมือนกันเพราะระบบราชการไทยมิใช่ระบบที่จะโต้ตอบกันได้ แต่เป็นแบบตาสายงานที่รับและทำอย่างเดียว กระนั้นอย่าคิดว่าจะได้ฟังประสบการณ์ด้านร้ายของระบบตลอดสี่ปีมานี้จากปากเธอเลย

""ถ้าพูดอะไรไป ก็จะกระทบกระเทือนถึงคนเยอะมาก ถ้าถามว่ามีไหม... คนที่อยู่เขาก็รู้ มันเป็นเหมือนเรือลำใหญ่ บางทีต้องใช้เวลานานมากกว่าจะเลี้ยวโค้งได้ แต่ทุกๆ วิธีที่ทำก็เพื่อความมั่นคงและหนักแน่น เราก็ต้องเข้าใจเขาว่าทำไมต้องทำอย่างนี้""

ดังนั้นจึงมั่นใจได้เลยว่าจะไม่มีเรื่องเล่าจาก ทบ. จากหมวดป๊อป ออกมาเป็นหนังสือแน่ๆ

""เพราะว่ามันเป็นประสบการณ์ที่มันไปเรื่อยๆ เราค่อนข้างได้ความจดจำดีๆ มา แล้วมันเป็นช่วงหนึ่งของชีวิตของเรา ดูก่อนแล้วกัน แต่คิดว่าไม่รู้ คนที่เราอยากพูด อยากพูดตรงๆ มากกว่าเรื่องหลังนี้""

พร้อมบอกเป็นนัยๆ ว่ายังไงก็ไม่มีทางนำชุดทหารมาเป็นจุดขายของตัวเองแน่

""เรื่องเป็นทหารหนูก็พยายามที่จะไม่ให้เกี่ยวข้องกับเรื่องงาน อย่างถ้าใครจะเอารูปเราใส่ชุดทหารมาทำแบบโฆษณา เราจะไม่อนุญาต ไม่อยากให้กระตุ้นงานอื่นของเรา จะไม่เห็นแบบป๊อปใส่ชุดทหารไปโฆษณาสินค้านี่จะไม่เห็นนะคะ มันถือเป็นอะไรที่เราทำเป็นเรื่องส่วนตัวมากกว่า ไม่ใช่ทำแบบส่งเสริมอาชีพอื่น รู้สึกมันไม่ดีเท่าไหร่""

หลายคนคงจำได้ที่เธอให้สัมภาษณ์ไปหลายครั้งถึงเบื้องหลังเบื้องลึกของงานโฆษณาหลายชิ้นที่เธอยอมสูญเงินแต่ไม่ยอมสิ้นศักดิ์ศรี จนถูกหาว่าเป็นคน "เรื่องมาก"

""ครั้งหนึ่ง บริษัทโฆษณาติดต่อมาแล้วบอกว่า ""ป๊อป เรามีสตอรีบอร์ดแบบนี้นะ ให้ป๊อปใส่ชุดพราง แล้วแต่งหน้าด้วยเครื่องสำอางของเรา"" หนูก็บอก ""พี่คะ การเป็นทหารเนี่ย หนูไม่ขอเอามาเป็นเครื่องมือในการโฆษณาได้มั้ยคะ หนูขอเปลี่ยนสตอรีบอร์ดได้มั้ย"" เขาก็ตอบว่า ""เฮ้ย! ทำไมยูเรื่องมากขนาดนี้นะ""

""อีกรายหนึ่ง เป็นรายการทีวีเชิญไปออกรายการ เขาก็เตรียมชุดให้เราใส่ แต่เป็นสีทหารที่ออกแบบมาเซ็กซี่มาก คือเอาชุดทหารมาทำเป็นชุดเซ็กซี่ พอเราเห็น ก็บอกเขาไปว่า ""พี่คะ หนูขอไม่ใส่นะ"" เขาก็บอกเลยว่า ""เฮ่ย! เราใช้เงินไปเยอะนะเพื่อจัดชุดให้คุณออกรายการของเรา ทำไมคุณเรื่องมากอย่างนี้"" หนูก็ตอบว่า ""พี่มันโป๊มาก หนูเป็นอาจารย์นะคะ อีกอย่างพี่เอาชุดทหารมาทำชุดโป๊ หนูใส่ไม่ได้นะคะ เอางี้แล้วกัน ค่าชุดเท่าไหร่ หนูจ่ายให้""...""

นี่เป็นแค่สองตัวอย่างที่เธอพยายามแสดงจุดยืนของตัวเอง

หากนับบทสัมภาษณ์ใน Bangkok Metro Magazine ฉบับเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เป็นอีกหนึ่งจุดยืนของเธอ ก็จะเห็นภาพของหมวดป๊อปมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องความเชื่อมั่นในตัวเอง ถึงกับบอกว่า ""คุณไม่สามารถที่จะเชื่อมั่นเกินไปในประเทศนี้""

ด้วยเหตุที่เธอเรียนรู้จากการที่เธอปฏิเสธที่จะเป็นผู้ดำเนินรายการในการเปิดตัวโครงการสามเหลี่ยมมรกต

""ฉันถูกทำให้เชื่อว่ามันเกี่ยวกับการท่องเที่ยวและความสัมพันธ์นานาชาติ ไม่ใช่เปลี่ยนจากที่อนุรักษ์สัตว์ป่าไปเป็นสนามกอล์ฟ""

บทความรายงานต่อว่า จากเอกสารที่เธออ่านบนเครื่องบินที่ไปอุบลราชธานี เธอจึงค้นหาข้อเท็จจริงต่อ บวกกับสอบถาม ส.ว.อุบลฯ

""ฉันไม่รู้ว่า ทำผิดหรือถูก แต่ฉันไม่อยากมีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องกับอะไรที่เป็นการทำลายธรรมชาติ เมื่อฉันเห็นสิ่งที่เขาให้ฉันอ่าน ฉันรู้สึกทำไม่ได้"" ด้วยความรู้สึกขัดแย้งในใจ และรู้เหมือนกันว่าทำให้ใครเคืองใจหลายคน

""บางทีรัฐมนตรีและผู้ลงทุนเชื่อว่าการก่อสร้างสนามกอล์ฟจะเป็นประโยชน์ต่ออุบลฯ แต่ฉันไม่คิดอย่างนั้น มันเป็นเส้นสันปันน้ำเกรด 1 A เป็นที่รักษาพันธุ์สัตว์ป่า และควรจะเก็บรักษาไว้ให้เหมือนเดิม""

เพราะโดยหน้าที่ของทหารที่เคยทำ คือไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างในภาคใต้ ก็เลยคิดว่าถ้าไม่ปกป้องผืนป่าแล้ว วันหนึ่งถ้าต้นน้ำถูกทำลายไปเสียแล้ว เธอเองก็ไม่อยากที่จะมองกลับไปว่าเธอเองก็มีส่วนส่งเสริมโครงการนี้ ถ้าหากน้ำท่วมอุบลฯในสักวันหนึ่ง

หากมันเป็นที่ท่องเที่ยวจริง มันก็จะไม่มีอะไรนอกจากถนน, อ่างเก็บน้ำ, และลานจอด ฮ. เพราะเธอเห็นว่า มันเป็นที่ท่องเที่ยวสำหรับคนมีเงิน ส่วนงานคนท้องถิ่นคือแคดดี้หรือไม่ก็คนงานก่อสร้างที่ค่าจ้างวันละหนึ่งร้อยบาทเช่นนั้นหรือ ที่สำคัญ เธอเห็นว่ามันพัฒนาแค่ส่วนหนึ่ง ไม่ใช่การพัฒนามนุษย์

""แล้วมันจะเติมเต็มพวกเราได้แค่ไหน?""

เธอตั้งคำถามไว้อย่างน่าสนใจ ซึ่งใครจะนำไปคิดต่อ ก็ไม่ว่ากัน

[ Next Thread | Previous Thread | Next Message | Previous Message ]

Post a message:
This forum requires an account to post.
[ Create Account ]
[ Login ]

Forum timezone: GMT-8
VF Version: 3.00b, ConfDB:
Before posting please read our privacy policy.
VoyForums(tm) is a Free Service from Voyager Info-Systems.
Copyright © 1998-2019 Voyager Info-Systems. All Rights Reserved.